หลังจากออกไปเดินสำรวจเมือง
และมีอาหารอร่อยตกถึงท้อง ได้อิ่มหนำสำราญกันดีแล้ว
เราก็กลับมางีบเอาแรงตามประสาคนติดหมอน
พี่ไม้หลับกรนเบา ๆ สบายไป
ส่วนเมก็ดูทีวี เก็บของ อ่านหนังสือไปเรื่อย
ไม่นอนเพราะกลัวนอนไม่หลับตอนกลางคืน
เวลาไปต่างที่จะเป็นคนหลับยากมาก
ครั้งนี้ไม่ได้เอายานอนหลับมาด้วยอีกต่างหาก
ทริปนี้พี่ไม้เป็นตากล้องมือ 1 เมเป็นตากล้องมือ 2

ร้านที่เรานั่งทานข้าวกันเมื่อตอนบ่าย
ถ่ายโดยตากล้องมือ 2 รูปเลยออกมาเอียงกะเท่เร่แบบนี้ ^^"

โชว์อาหารของเมอีกทีเพื่อเรียกน้ำย่อยคนดู หิหิหิ
(รู้นะว่าได้ผล)
เวลาเห็นอาหารน่าทาน และตกแต่งสวย ๆ จะนึกถึงน้องโอ๊ตทุกที
http://oattoto.diaryclub.com/
น้องโอ๊ตเป็นคนที่มีฝีมือและเป็นศิลปินในตัวจริง ๆ

อากาศช่วงบ่ายแก่ ๆ ดีมาก
ตอนเดินกลับมาที่โรงแรมไม่มีแดด มีลมพัดเย็น ๆ
สบายกาย สบายใจ ปิดสวิทเรื่องงานอันน่าปวดหัวไว้ก่อน
มีความสุขกับวันหยุดเหมือนกันว่าโลกนี้มีแต่เราสองคนเท่านั้น (อนุญาตให้อ้วกได้)
....
เวลาไปต่างถิ่นต่างเมืองเมชอบเปิดทีวีดูละครของที่นั้น ๆ
ไม่น่าเชื่อว่าละครสิงคโปร์เหมือนละครไทยเป๊ะ ๆ
ฟังไม่ออกหรอกนะ แต่คาแรกเตอร์นางเอก ตัวร้าย
พระเอก แม่นางเอก แม่นางร้าย เหมือนละครไทยบางเรื่องมาก
ตัวร้ายต้องทำตาโต แหกปาก เหมือนโกรธเกลียดใครมาทั้งชีวิต
นางเอกก็ต้องเรียบร้อยพูดเบา ๆ ทำหน้าแหย ๆ แบบขี้กลัวตลอดเวลา
พระเอกก็จะไม่ทันคน หูเบาเชื่อนางร้ายมากกว่านางเอก
นักแสดงหญิงทุกคนจะต้องสวยหน้าผมเด้งตลอดเวลาแม้แต่ฉากนอนหลับ
ไม่มีซะหล่ะจะเห็นหน้าโทรม ๆ แม้ว่าฉากนั้นจะเพิ่งลุกจากที่นอนออกมา
มีด้วยเหรอที่คนเราจะเข้านอนได้ทั้งเมคอัพหนาเต็มหน้า?
นี่ดู 20 นาทีเองนะ จับเรื่องได้หมดเลยว่าก๊อปปี้มาจากละครช่อง 7 ว่ะฮ่าฮ่าฮ่า
....
หลังจากพักผ่อน ชิลล์เอ้าท์ ชิลล์อินได้ที่
นาฬิกาก็บอกเวลาสองทุ่มกว่า ๆ
ได้เวลาอาบน้ำแต่งตัวไปตะลุยราตรีแล้ว
....
เราใช้วิธีเดิมคือเดิน
โรงแรมห่างจาก Clarke Quay แค่เดิน 10 นาทีเอง
เดินเล่น ๆ เลียบ ๆ คลองมาเรื่อย ๆ
ทางเดินจัดเป็นสัดส่วน สะอาดเรียบร้อย ทำให้เดินง่ายมาก
เก็บภาพระหว่างทาง



เดินมาถึง Clarke Quay แล้ว ยิปปี๊!

เรื่องการโพสท่าต่อหน้าคนหมู่มากน่ะรึ ดิฉันพร้อมเสมอ หิหิหิ

ตัวแม่ประจำทริปพร้อมน้ำดื่ม 1 ขวดประจำกาย
ไปไหนก็ถือไปด้วย ขึ้นเขาลงห้วย ส๊ะบายจ๊ายยยย

ร้านรวงคึกคักแตกต่างจากช่วงบ่ายลิบลับ
ค่ำนี้เป็นคืนวันพฤหัส นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นพวก expat
มากินและดื่มหลังเลิกงาน


รูปจากกล้องตัวพ่อถ่ายกลางคืนที่มีแสงไฟเยอะ ๆ จะเบลอมาก
ต่อให้มือนิ่งแค่ไหนก็ยังเบลอ
พี่ไม้อธิบายว่าเป็นเพราะ *&^%$#*&^YT%LF+)(&%^&*+*- (ฟังไม่รู้เรื่อง)
แปลจากภาษากล้องเป็นภาษามนุษย์ก็คือว่าความเร็วแสงมัน +-x*& กับกล้อง (ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี)
สรุปว่าพรุ่งนี้เราไปซื้อไทรพ่อด ขาตั้งกล้องกันดีกว่า ภาพกลางคืนจะได้สวย ๆ นิ่ง ๆ (เออเข้าใจแระ)
....
ก่อนที่จะทำอะไรอย่างอื่นต่อไป
เรามีความคิดว่าจะล่องเรือกันฆ่าเวลา
ไม่รู้ว่าฆ่าเวลาส่วนไหนเพราะดึกแล้ว
แต่ขณะที่อยู่ในภาวะชุลมุนด้านไอเดีย เราก็พบว่าเราสองคนกระโดดขึ้นเรือกันแล้ว
ค่าบริการล่องเรือคนละ 10 SGD หรือประมาณ คนละ 280 บาท
ใช้เวลาล่องเรือไปกลับ 30 นาที
หน้าตาของเรือเป็นแบบนี้
ภาพนี้จากตอนกลางวัน

ในเรือจะมีเทปอธิบายเป็นเสียงหนุ่มหล่อว่าสถานที่ไหนสำคัญอย่างไร
ส่วนใหญ่เป็นตึกที่สำคัญต่าง ๆ
ภาพถ่ายจากบนเรือ


ขออภัยในความเบลอ


รูปนี้เมถ่ายเอง อิอิ
สงสัยพรุ่งนี้ต้องไปซื้อไทรพ่อดจริง ๆ แล้วล่ะ

เรือมาวนกลับตรง Merlion สัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองสิงคโปร์


ลงจากเรือปุ๊บเราก็ไปเดินเล่นต่อ
ร้านอาหารเยอะมากตลอดเลียบแม่น้ำ ทั้งร้านกึ่งผับและร้านนั่งดื่มเฉย ๆ
บรรยากาศคักคัก ทั้งคนวัยทำงานและวัยรุ่น (อย่างเรา ๆ) :)





มาสิงคโปร์ต้องมาถ่ายภาพคู่กับ Merlion ตามระเบียบปฏิบัติ

พี่ไม้ก็เอากับเค้าด้วย

จริง ๆ พี่ไม้มีรูปเยอะกว่านี้แต่ฮีไม่ประสงค์จะอวดตาดำแพนด้าต่อสาธารณชนไปมากกว่านี้
เราเดินเล่นกันจนเกือบเที่ยงคืนก็หิว
แต่ครัวปิดทุกร้านแล้ว มีแต่เครื่องดื่มขายกับสแนค
พี่ไม้ถามว่าอยากไปนั่งร้านไหนไหม
คนที่ไม่ชอบแอลกอฮอล์อย่างเม (เพราะอาบมาเยอะแล้วช่วงวัยรุ่น) ขอปฏิเสธ
เราเลยซื้อคีบ๊าฟมานั่งกินกัน ได้บรรยากาศคีบ๊าฟเหมือนสุขุมวิทซอย 3 เลย ^^"
คิดถึงบ้าน 555
กินเสร็จก็ต่อด้วยไอดิมฮาเก้นดาสคนละ 3 ลูก
ก่อนจะเดินกอดคอกันกลับโรงแรม
จะสั่งอาหารแต่พนักงานบอกว่าครัวปิดแล้ว - -"

เรายังมีเวลาอีก 2 วันที่สิงคโปร์
แล้วจะมา update นะค๊า
:)