
ในชีวิตเมมีคนที่รักและผูกพันไม่กี่คน
แต่ 'ไม่กี่คน' นี้มีความหมายกับชีวิตเมมาก
พวกเขาเป็นทุกอย่างของชีวิต
นั่นคือ ครอบครัว เมเอง
เมเป็นคนไม่มีเพื่อน ไม่ติดเพื่อน
ไปไหนมาไหนคนเดียวได้สบายใจเฉิบ ๆ มาแต่ไหนแต่ไร
ชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่กับงาน เป็นคนชอบทำงาน
สำหรับเมการทำงานเหมือนเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนชีวิต โดยมีครอบครัวและคนรักเป็นน้ำมันจักรไว้หยอดเวลาเครื่องยนต์ชีวิตติดขัด
ทำงานด้วยความสนุก ไม่ได้คิดว่ามันเป็นงาน แต่คิดว่าเป็นเกมที่ท้าทาย
จาก level นึงก็ไปอีก level เหมือนด๊อกเตอร์มาริโอ
แต่เมื่อใดที่ด๊อกเตอร์มาริโอคนนี้เหนื่อยหน่ายกับงาน ก็ได้น้ำมันจักรชั้นดีตราครอบครัวนี่แหล่ะมาหยอดเฟืองให้เคลื่อนต่อไป
มีน้ำมันจักรหยอดเครื่องยนต์ชีวิต ชีวิตก็พร้อมพุ่งทะยาน
แต่ก่อนมีพ่อแม่ 2 คน ตอนนี้มีเพิ่มมาอย่างละ 1
พ่อกับแม่พี่ไม้น่ารักและเมตตาเมมาก
ท่านบอกว่าเมเหมือนลูกสาวอีกคนหนึ่ง
เมมีหลาน 4 คน
โฟน ฟอง หลุยส์ โฟร์
โฟนและฟองเป็นลูกพี่ชาย
หลุยส์เป็นลูกน้องชาย
โฟร์หนูน้อยสมาชิกใหม่เพิ่งคลอดได้ 2 เดือนเป็นลูกพี่ชายกับภรรยาใหม่
มีหลาน 4 คนแต่เมรักและผูกพันกับหลาน 2 คนแรก คือโฟนและฟองมาก
ด้วยความที่พ่อกับแม่เมเลี้ยงโฟนกับฟองมาตั้งแต่เกิด พี่ชายเมกับภรรยาคนแรกเลิกกันตั้งแต่โฟนกับฟองยังเด็ก ๆ อยู่
ฟองเพิ่งจะเดินเตาะแตะเอง
ฝีมือน้องฟอง งานอดิเรกคือเขียนรูป

วาดได้เหมือนตัวจริงมาก - -"

ด้วยความที่พ่อกับแม่เมเป็นคนเลี้ยงหลาน เมเลยได้มีส่วนช่วยเลี้ยง
ช่วยดูแลมาโดยตลอดด้วย
ทำให้สนิทสนมกันผูกพันกันมากกว่าหลานคนอื่น ๆ ที่นาน ๆ เจอที

เมรักโฟนและฟองมาก ทั้งรักและผูกพัน
พี่ไม้เองก็รักหลานสองคนนี้มาก เพราะเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก
ช่วงปิดเทอมแม่เมจะพาโฟนกับฟองมาเยี่ยม
พี่ไม้จะดี๊ด๊ามาก สนุกสนานในการสรรหาของเล่นมาเซอร์ไพรส์หลาน
เล่นเกมด้วยกันหัวหกก้นขวิด ไม่ทิ้งหลานไปไหนเลย

เวลาพี่ไม้อยู่กับหลานเมจะสบายใจมากเพราะไปไหนก็ได้
พี่ไม้ไม่ตาม ปกติน่ะเหรอตัวติดเราเป็นตังเม
ไปไหนก็ต้องกระเตงไปด้วยเป็นลูกชายคนโต



เราสี่คน ไมกี้ เม โฟน ฟอง ชอบไปไหนมาไหนด้วยกัน
เดินจูงมือจูงแขนกันเหมือนเป็นพ่อแม่ลูก
ครั้งนึงไปซื้อของที่ชิดลมแม่บอกว่าได้ยินพนักงานขายคุยกัน
"สงสัยจะเป็นลูกติดผัวเก่ามา ก่อนจะได้ผัวใหม่เป็นฝรั่ง"
"ฝรั่งนี่ดีนะ ไม่ถือเลย กอดลูกคนอื่นเหมือนลูกตัวเอง
ไม่ถือว่าเป็นลูกผัวเก่า"
เอาเข้าไป มีผัวเก่า ผัวใหม่ด้วย ^^"
ดีนะไม่เพิ่มฉากผัวเก่าต่อยผัวใหม่ ตบจูบ ๆ
ถ้าเป็นอย่างนั้นคงไม่ไหวที่จะเคลียร์
แม่เมได้ยินก็ขำ ๆ ไป ไม่ได้คิดจะแก้ข่าวเพราะรู้ว่าเมไม่ถือ
เวลาอยู่กับหลานจะคิดถึงแต่หลานไม่ได้เป็นห่วงว่าใครจะคิดยังไง
ความคิดคนอื่นก็ความคิดคนอื่น ส่วนเราก็คือเรา
แยกกันได้ชัดเจน
ใครที่ไม่รู้เห็นเดิน ๆ กันอยู่จะคิดว่าเป็นลูกติดเมกันทั้งนั้น



อาทิตย์ที่แล้วโทรคุยกับแม่ แม่บอกว่าพี่ชายเมทำให้โมโหมาก เพราะวันนึงโทรมาบอกแม่ว่าจะไปหาลูกที่โรงเรียน เด็ก ๆ ดีที่ใจที่พ่อจะมาหาเพราะนาน ๆ เจอกันที แต่สุดท้ายก็มีแต่ความว่างเปล่า... พ่อไม่ไป
แม่บอกว่าโฟนกับฟองกลับมาถึงบ้านก็เงียบ ๆ ไป
แม่เลยถามว่าพ่อมาไหม โฟนกับฟองส่ายหัวแล้วพูดเบา ๆ ว่า "ไม่มา"
เมนี่แบบ เฮ้ย เสียใจนะเว้ย หลานเจ็บ เมเจ็บด้วยนะ ทำพวกเขาเสียใจเราเสียใจด้วย
เราพยายามประคับประคองให้ความรักหลานมาโดยตลอด แต่ความรักของคนอื่นไหนเลยจะสู้ความรักจากพ่อกับแม่ได้ มันเปรียบกันไม่ได้เลย พ่อกับแม่เองน่าจะทำตัวเป็นแบบอย่าง ถึงเลิกกันก็ไม่ใช่ว่าต้องทิ้งลูกเมื่อไหร่ เมแบบคุยกับแม่แล้วเสียใจมาก คุยกับพี่ไม้ พี่ไม้ก็เศร้าแทนเหมือนกัน ต่อสายตรงคุยกับน้องฟองทันทีด้วยภาษาไทยแปร่ง ๆ นั่นแหล่ะ พี่ไม้เป็นโรคเกลียดการคุยโทรศัพท์มาก
แต่ถ้าเป็นน้องฟองถือว่าเป็นคนพิเศษ
นอกจากส่งพลังจิตไปคุยด้วยแล้ว บางทีก็ยกหูคุยกัน
"ยูโอเคไม๊ ลิตเติ้ลฟ้อง"
"ไม่เป็นไรนะ ไอเลิฟยูนะ ลู่ม๊ายยย"
"อังเคิ้ลไมกี้รักน่องฟ้องหมากม๊าก"


วันแต่งงานของเราเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวคือโฟนกับฟอง
รีเควซโดยพี่ไม้กับเม :)


พี่ไม้บอกว่าถ้ามีลูกอยากได้แบบฟอง
เพราะเป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย ไม่ซน
อยู่บ้านก็นั่งวาดรูป นั่งทำการบ้าน อ่านหนังสือไปตามเรื่อง
และที่สำคัญเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับพี่ไม้
คุยกันคนภาษาแต่คุยกันรู้เรื่อง สอนให้เต้นประหลาด ๆ ก็ทำ

แม่พี่ไม้ก็เอ็นดูน้องฟองไม่แพ้พี่ไม้เหมือนกัน
เวลาส่งเมล์มาหาเมจะถามถึงเสมอ

ผลงานน้องฟองเขียนรูปแม่พี่ไม้ให้เป็นของขวัญ
ดูหน้าแม่พี่ไม้ในรูปแล้วขำ

วันเสาร์
7 มิถุนายน 2551
ไปทำงาน โดยมีแก้วสิริเพื่อนร่วมงานผู้บ้างานเป็นอาชีพและมาทำงานเกือบทุกเสาร์อยู่ที่ออฟฟิศก่อนแล้ว
เราต้องรวบรวมเอกสารของแพทย์เป็นหลายร้อยคนยื่นให้กองการประกอบโรคศิลปะ
เพราะเราเปิดคลินิกใหม่ที่อาคารใหม่นั่นเอง
วันศุกร์ที่ได้รับเมล์เรื่องนี้ถึงขั้นลมสะบ้าตีขึ้นกระหม่อม
โทรไปเคลียร์กับต้นเรื่อง ว่าทำไมเพิ่งมาบอก
บอกวันศุกร์เอาวันพฤหัสหน้า มันไม่ใช่ทำแป๊บ ๆ เสร็จนะเค๊อะ
แต่ว่าไปแล้วทีมเราได้อะไรมาก็ทำถวายหัวทุกที ยากแค่ไหนก็ผ่านฉลุยตลอด
น้ำมันจักรทุกคนคงดีและเป็นชนิดเข้มข้น หยอดปุ๊บติดปั๊บ
ออกจากออฟฟิศตอนเกือบ 6 โมงเย็น
โดยมีพี่ไม้ในอาภรณ์ชุดอยู่บ้าน พร้อมลากอีแตะเดินขึ้นมาหาที่ทำงาน
เราวางแผนกันว่าวันนี้จะไปเดินเล่นที่ Sky Lobby ชั้น 10 อาคารใหม่
กะว่าจะกินข้าวที่นั้นด้วย แต่เปลี่ยนใจไปเป็นร้าน Tilac ซอย 1 แทน
ชั้น 10 มีร้าน Bookazine พี่ไม้ได้หนังสือคอมพิวเตอร์ 2 เล่ม
และซื้อหนังสือของเล่นมาฝากโฟนกับฟองด้วย
เราจะส่งไปรษณีย์ไปเซอร์ไพรส์หลานที่โรงเรียน
.......
ไปทำธุระเดี๋ยวมา edit :)
......
เย็นนี้ค่อย edit เพิ่ม :)